สุดช้ำ สาวกู้เงินธนาคารสร้างบ้าน 2 ล้าน ช่างบอก 3 เดือนได้อยู่แน่ สุดท้ายน้ำตาตกใน ไม่คิดว่าจะเจอกับตัว

เมื่อวันที่ 16 พ.ย. 65 นางสาวรจน์สรัล อินทร์คำน้อย เจ้าของบ้านหลังหนึ่งในหมู่บ้านวังสิงห์คำ ต.ป่าแดด อ.เมืองเชียงใหม่ ได้ร้องเรียนเรื่องบ้าน ที่ตอนนี้ยังสร้างไม่เสร็จ ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีหน้าต่าง บางจุดปลวกเริ่มขึ้น เนื่องจากถูกผู้รับเหมาทิ้งงานไปตั้งแต่เดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา ทั้งที่ได้จ่ายเงินไปให้แล้วกว่า 1,940,000 บาท

นางสาวรจน์สรัล เผยว่า บ้านของเธอเป็นหนึ่งในหลายสิบหลัง ที่กู้เงินมาจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ สาขาแม่เหียะ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เพื่อมาซื้อที่ดินและสร้างบ้าน แต่สุดท้ายกลับถูกผู้รับเหมาทิ้งงานหลายสิบราย โดยผู้รับเหมาอ้างว่า ไม่ได้รับเงินงวดที่เหลือจากธนาคาร ทำให้ไม่มีทุนในการทำต่อ ผู้เสียหายได้รวมตัวกันไปร้องเรียนตั้งแต่เมื่อช่วงต้นเดือน พ.ย. 64

ต่อมา ทางธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ ยอมรับว่า มีความผิดปกติในการอนุมัติสินเชื่อ ทำให้ต้องระงับการจ่ายเงินงวดที่เหลือให้กับผู้กู้หลายราย เพื่อตรวจสอบความถูกต้องในกระบวนการอนุมัติสินเชื่อ ก่อนที่จะเข้ามาแก้ปัญหาและอนุมัติเงินกู้ที่เหลืออยู่ให้เป็นกรณีเฉพาะราย

นางสาวรจน์สรัล เผยอีกว่า เธอยอมเสียค่าประกันชีวิตพร้อมดอกเบี้ยเงินกู้ก้อนแรกให้กับธนาคารรวมเป็นเงินเกือบ 5 หมื่นบาท เพื่อแลกกับการอนุมัติจ่ายเงินที่เหลือตามเงื่อนไขของธนาคาร เมื่อได้รับเงินที่เหลือจากธนาคารอีก 6 แสนบาท ได้นำไปจ่ายให้กับผู้รับเหมารายเดิมเพื่อสร้างบ้านต่อเมื่อต้นปี 2565 รวมจ่ายเงินไปทั้งหมด 1,940,000 บาท

จากนั้นผู้รับเหมารายเดิมก็มาสร้างบ้านเพิ่มอีกเล็กน้อย ครั้งสุดท้ายคือเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา รับปากว่าจะสร้างให้เสร็จพร้อมเข้าอยู่ภายใน 45 วัน หากเกินกำหนดจะให้เงินค่าปรับวันละ 1,000 บาท แต่สุดท้ายก็หายไปจนถึงวันนี้ ส่วนสาเหตุที่ยังเลือกผู้รับเหมารายเดิมทั้งที่เคยทิ้งงาน เป็นเพราะการเปลี่ยนผู้รับเหมามีเงื่อนไขของธนาคารที่ต้องดำเนินการ ซึ่งเป็นเรื่องยุ่งยาก และไม่คิดว่าจะถูกหลอกเป็นครั้งที่สอง

ปัญหาตอนนี้ทำให้เธอเดือดร้อนเป็นอย่างมาก ต้องจ่ายค่าผ่อนเงินกู้ให้กับทางธนาคาร เดือนละหมื่นกว่าบาท ทั้งที่บ้านก็ไม่ได้อยู่ ต้องเสียเงินค่าเช่าบ้านอยู่อีกเดือนละหมื่นบาท แทนที่จะได้นำเงินส่วนนี้มาผ่อนบ้าน

เช่นเดียวกับ นางวิไล ไชยเฟย เจ้าของบ้านที่อยู่ใกล้กัน และเจอปัญหาเดียวกัน เธอได้จ่ายเงินไปแล้ว 1,750,000 บาท แต่บ้านก็ยังอยู่ในสภาพเหมือนบ้านร้าง ผนังในและนอกบ้านก่ออิฐบล็อกหยาบ ๆ ไม่ได้ฉาบปูน หลังคามีแต่โครงเหล็กกับกระเบื้อง ไม่มีทั้งประตู หน้าต่าง ซึ่งนางวิไลเผยว่า คนเครียดจนนอนไม่หลับ ไม่อยากมาเห็นสภาพบ้าน ต้องเป็นหนี้จ่ายหนี้ธนาคาร แต่บ้านก็ไม่ได้อยู่อาศัย

ทางด้าน นายกษาปณ์ เงินรวง รองกรรมการผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ ที่ได้ลงพื้นที่ไปพร้อมผู้บริหาร ธ.ก.ส.สำนักงานเชียงใหม่ เพื่อรับฟังปัญหาจากกลุ่มผู้เสียหาย หามาตรการช่วยเหลือ ซึ่งได้ข้อสรุปว่า ในกลุ่มที่กู้เงินและสร้างบ้านแล้วเสร็จ ทาง ธ.ก.ส.จะแบ่งเบาภาระด้วยการปรับโครงสร้างหนี้ให้ผ่อนตามศักยภาพ พร้อมกับลดดอกเบี้ยจากร้อยละ 8 เป็นดอกเบี้ยตามเรต MRR ที่ขณะนี้อยู่ที่ร้อยละ 6.5 ส่วนเงินสดที่จ่ายก็จะแบ่งเป็นเงินต้นและดอกเบี้ยอย่างละครึ่งเพื่อช่วยให้ลดเงินต้นได้เร็วที่สุด

ส่วนกลุ่มที่ถูกทิ้งงาน เป็นเรื่องที่นอกเหนืออำนาจภารกิจของ ธ.ก.ส. ซึ่งต้องเจรจาหาทางออกกับผู้รับเหมาที่เป็นคู่สัญญา โดยทาง ธ.ก.ส.จะส่งนิติกรเข้าช่วยเหลือประสานงานให้อย่างเต็มที่ บ้านหลังไหนที่ถูกทิ้งงานและอยากสร้างต่อให้เสร็จ สามารถเข้ามาติดต่อเพื่ออนุมัติเงินกู้เพิ่มอีก 1 สัญญา เพื่อให้นำไปสร้างบ้านต่อจนเสร็จ แต่จะต้องใช้ผู้รับเหมาที่ผ่านมาตรฐานเพื่อป้องกันปัญหาซ้ำรอยอีก

ในส่วนของการตรวจสอบการทุจริตตอนนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการของคณะกรรมการสอบสวน โดยเฉพาะการพิจารณาอนุมัติเงินกู้ที่ใช้เพียงบัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน รวมทั้งมีการจ่ายเงินตรงให้กับผู้รับเหมา หากพบว่ามีการทุจริตก็จะต้องดำเนินการ ซึ่งขณะนี้มีผู้เสียหายที่ถูกทิ้งงานกว่า 40 หลัง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น