เต้พระราม7 โนสนโนแคร์ มุ่งเป้าดำน้ำหาของสำคัญ 3 สิ่งของแตงโม

วันที่ 23 มีนาคม 2565 ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่า หลังจากที่ นายมงคลกิตติ์ สินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ หรือ เต้ พระราม 7 พร้อม น.ส.ภคอร จันทรคณา (ชีวานันท์) รองหัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ ได้แถลงข่าว ด้วยการเปิดคลิปวิดีโอความยาวประมาณ 25 นาที ที่ได้ขอจากทางเทศบาลบางกรวยมา ซึ่งเป็นภาพบริเวณเขื่อนกั้นน้ำติดกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือ กฟภ.

โดยอ้างว่าเป็นช่วงเวลาที่แตงโมตกเรือสปีดโบ๊ท ช่วงเวลา 21.36 น. และอ้างว่าเห็นวัตถุสีดำที่คาดว่าจะ เป็นแตงโม ลอยน้ำผลุบๆ โผล่ๆ มาตั้งแต่ช่วงกลางแม่น้ำเจ้าพระยาเพื่อจะเข้าฝั่งที่แถวเขื่อนกั้นน้ำ ซึ่งในระหว่างนั้นได้มีเรือหาปลาอยู่บริเวณใกล้เคียง 1 ลำ และได้พายเข้าไปหาวัตถุสีดำดังกล่าว แต่ไม่มีการให้การช่วยเหลือหรือทำอะไร จากนั้นเรือหาปลาลำดังกล่าวได้พายเรือจากไป และวัตถุสีดำก็พยายามว่ายตามสวนกระแสน้ำเพื่อเข้าฝั่ง จนหายไปในที่สุด

ทั้งนี้ นายมงคลกิตติ์ กล่าวว่าในทางคนเรือตนยังไม่ทราบว่าได้เข้าให้ข้อมูลตำรวจหรือยัง ซึ่งในวันที่ 23 มีนาคม 2565 เวลา 08.00 น. ตนขออาสามัครกู้ภัย ที่สามารถดำน้ำได้ มาเจอกันที่ท่าเรือพิบูลสงคราม 1 เพื่อดำน้ำเพื่อหาผ้าบางส่วนที่หายไป คือ กระโปรงสีขาว และอาวุธของมีคม ของแตงโมที่อาจถอดออกเนื่องจากว่ายน้ำไม่สะดวก พร้อมทั้งขอให้ นายเอกพันธ์ บรรลือฤทธิ์ หรือไทด์ มาช่วยในภาระกิจครั้งนี้ เพราะช่วยมาตั้งแต่ต้นแล้ว และจอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งหาเรือลำที่ 2 ให้เร็วที่สุด

นายมงคลกิตติ์ ยังได้ระบุอีกว่า ส่วนเวลาตกจากเรือนั้นคาดว่าน่าจะเวลา 21.35 นาที ซึ่งไม่รู้ว่าจะตกในลักษณะใด ซึ่งมันจะผิดกับคำให้การของคนบนเรือเวลา 22.34 น. ซึ่งห่างกันประมาณ 1 ชั่วโมง และคาดว่าจะเสียชีวิตน้ำตื้นที่ริมตลิ่งบริเวณเขื่อนกั้นน้ำติดกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือ กฟภ.บางกรวย ตรงกับข้อสันนิฐานของ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง อดีตผู้บัญชาการนครบาล ที่ระบุว่า แตงโมสิ้นใจ ในน้ำตื้น

นายมงคลกิตติ์ กล่าวอีกว่า หลังจากนี้จะมีการนำหลักใน ทนายกฤษณะ ศรีบุญพิมพ์สวย เป็นทนายที่ปรึกษาด้านกฏหมาย พรรคไทยศรีวิไลย์ เพื่อมอบให้ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ต่อไป และคาดว่าหลักฐานนี้จะสามารถเปลี่ยนทิศทางของคดี และสำนวนจองการสอบสวนทั้งหมดอาจจะทบทวนกันใหม่ และอาจจะไม่ใช่อุบัติเหตุปกติอาจจะมีอะไรซับซ้อนกว่านั้น พร้อมตั้งคำถามว่ามีการทะเลาะกันหรือไม่

อีกทั้ง นายมงคลกิตติ์ ยังกล่าวด้วยว่า อย่างไรก็ตามการย้อนกลับมาดูหลักฐานดังกล่าวนี้ เนื่องจากเมื่อวันที่ 23 มี.ค. 65 ตนมีการไปทำพิธีหาของ 3 สิ่ง คือเสื้อพันเอวสีขาว กระเป๋า และมีด ที่ท่าเรือพิบูลย์สงคราม 1 ซึ่งหนึ่งในทีมงานของตนได้มีการสวดมนต์ไหว้พระ และเห็นใบหน้าเรียวขาวอยู่ตรงหน้าในสมาธิ ที่คาดว่าจะเป็นแตงโม ที่จะมาตามจี้คดี

คาดน้องว่าไม่กล้าตามกับตนเนื่องจากตนเป็นคนดุ ดังนั้นตนถึงย้อนดูหลักฐานชิ้นนี้จึงพบความปกติ อย่างไรก็ตามสิ่งที่กล่าวมา วัตถุที่ลอยน้ำเป็นเพียงการสันนิฐานว่าเป็นแตงโมเท่านั้น แต่ถ้าหากร่างนั้นเป็นแตงโมจริง ถ้าคนขับเรือหาปลายืนยันที่จะช่วยยังไงก็รอด นอกจากนี้ขอให้คนที่คิดจะฟ้องตนให้มีชีวิตรอดที่ปลอดภัย อยู่ถึงวันที่จะฟ้องตน

ก่อนที่จะทิ้งท้ายว่า สิ่งที่ทำวันนี้ต้องการให้กระบวนการยุติธรรมเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะรวยหรือจน ไม่ต้องมาขวนขวายสำนวนเองเช่นนี้ ฉะนั้นต้องมีหน่วยงาน ที่จะเสนอเป็นกฎหมาย อาจเป็นองค์กรมหาชนหรือภาคประชาชน มาช่วยหาพยานหลักฐานในการสืบสวนสอบสวน หรือเป็นหน่วยงานในการพิสูจน์หลักฐานขึ้นมา เพื่อช่วยรวบรวมพยานหลักฐานให้กับประชาชนที่ถูกคดีทั้งโจทก์และจำเลยเพื่อทำให้ข้อมูลถูกต้องสมบูรณ์ ทั้งนี้ตนทำเต็มที่อาจจะไม่ถึงร้อยเปอร์เซนต์ อย่าคาดหวังอะไรจากตนเยอะ จะทำเท่าที่ทำได้ เพราะไม่ใช่ทศกัณฑ์หรือพระราม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น