สาววัย 15 กู้เงินออนไลน์ ติดกับตกเป็นเหยื่อ

เมื่อวันที่ 14 พ.ย.64 ผู้สื่อข่าวได้รับจากประสานจาก นายบรินทร ฉุยฉาย อายุ 44 ปี พ่อของ น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 15 ปี อยากให้ช่วยตีแผ่เรื่องราวหลังลูกสาวได้กู้เงินออนไลน์จากแอพพลิเคชั่นหนึ่ง จะนำมาลงทุนแต่ถูกหลอกสูญเงินไปมากกว่าเงินที่จะกู้ จึงพาลูกสาวเดินทางไปแจ้งความ พร้อมอยากให้สื่อช่วยนำเสนอเรื่องดังกล่าว เพราะกลัวกลุ่มเยาวชนที่อยู่บ้านในช่วงนี้จะตกเป็นเหยื่อเหมือนลูกสาวของตน

จากนั้นผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านหลังหนึ่ง พื้นที่หมู่ 7 ต.คลองเปรง อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา พบกับ 2 พ่อลูกรอให้ข้อมูลอยู่ โดย น.ส.เอ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 11 พ.ย.ที่ผ่านมา ตนเปิดเฟซบุ๊กเลื่อนไปมา และพบข้อความใต้คอมเมนต์ในกระทู้ต่างๆ ว่ามีบริการด้านเงินกู้ อนุมัติไว รู้ผลเร็ว จึงกดตามลิงค์ดังกล่าวเข้าไป เพื่อหวังจะกู้เงิน 5,000 บาทมาลงทุนซื้อของขายทางออนไลน์ แบ่งเบาภาระพ่อและแม่

แต่เมื่อกดตามลิงค์เข้าไปแล้ว จะพาไปยังแอพพลิเคชั่นไลน์ ที่มีชื่อว่า สินเชื่อ เงินทันใจเมื่อตนกดสอบถามรายละเอียด ได้มีเจ้าหน้าที่พิมพ์กลับมา ถามชื่อ อายุ และสถานที่ทำงาน พร้อมขอสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน จากนั้นเมื่อกรอกข้อมูลเรียบร้อยแล้ว โดยตกลงกู้เงิน 5,000 บาท ส่งเดือนละ 900 จำนวน 6 เดือน จากนั้นเจ้าหน้าที่คนที่ 1 ได้แจ้งว่า ต้องเสียค่ามัดจำ 400 บาท ตนจึงโอนเงินไป โดยเจ้าหน้าที่คนที่ 1 ได้ส่งลิงค์ต่อให้ไปคุยกับเจ้าหน้าที่คนที่ 2 ซึ่งหลังคุยเสร็จ เจ้าหน้าที่คนที่ 2 ได้ให้ตนโอนเงินอีก 900 บาท เป็นค่าเอกสาร

เมื่อตนโอนเสร็จเจ้าหน้าที่คนที่ 2 ได้ให้ลิงค์ให้ไปคุยกับเจ้าหน้าที่คนที่ 3 โดยเจ้าหน้าที่คนที่ 3 ได้เรียกเงินอีก 900 บาท เป็นค่าเรียกเก็บงวดแรก ตนก็ยอมโอนไป หลังโอนเสร็จเจ้าหน้าที่ได้ส่งลิงค์ให้ไปคุยต่อกับเจ้าหน้าที่คนที่ 4 ซึ่งก็พูดจาหว่านล้อมแล้วบอกตนว่าขั้นตอนการทำใกล้เสร็จสมบูรณ์แล้ว แต่ต้องจ่ายค่าอนุมัติเงินอีก 1,500 บาท ตนจึงโอนไปตามจำนวนที่เจ้าหน้าที่แจ้ง

จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ส่งลิงค์ให้ไปคุยกับเจ้าหน้าที่คนที่ 5 หลังคุยเสร็จตนต้องโอนเงินอีก 2,000 บาท เป็นค่าเซ็นสัญญา รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 5,700 บาท ที่ตนต้องขอยืมจากเพื่อนหลายๆ คนโอนไป

โดย 5 ครั้งนี้ ตนโอนเข้าไปยังบัญชีของ นายณัฐวุฒิ ศรีหลง เพียงคนเดียว จากนั้นเมื่อเจ้าหน้าที่คนที่ 5 ได้รับเงินเรียบร้อยแล้ว กลับให้ตนกลับไปคุยกับเจ้าหน้าที่คนที่ 4 อีกครั้ง หลังตนได้คุยกัน มิจฉาชีพรายนี้ได้แจ้งว่า ต้องโอนเงินอีก 3,000 บาท เป็นค่าภาษีรัฐบาลและค่าสมาชิก ตนเริ่มรู้สึกว่าถูกหลอก เพราะเงินที่โอนไปมากกว่าเงินที่จะกู้แล้ว จึงไม่ได้โอนเงิน 3,000 บาทก้อนสุดท้ายไป ก่อนไปปรึกษาพ่อ และขอเบอร์โทรศัพท์ของมิจฉาชีพ เพื่อจะโทรไปคุยยกเลิกสัญญา

ด้าน นายบรินทร เปิดเผยว่า หลังได้เบอร์โทรศัพท์จากลูกสาว ตนได้โทรศัพท์กลับไปยังเบอร์ที่ได้มา โดยมีเสียงผู้ชายเป็นคนรับ ตนได้แจ้งกลับไปว่า ต้องการขอยกเลิกสัญญาเงินกู้ที่ลูกสาวทำทั้งหมด เพราะจำนวนเงินที่โอนไป 5,700 บาท มากกว่าเงินที่ลูกสาวขอกู้ 5,000 บาทแล้ว แต่ทางปลายสายได้ข่มขู่ พร้อมตอบกลับมาว่า ไม่สามารถยกเลิกสัญญาเงินกู้ได้ จะดำเนินการฟ้องกลับเพราะทำให้บริษัทเสียหาย

ตนก็สงสัยว่าจะเสียหายอย่างไร จึงแจ้งกลับไปว่า ถ้าอย่างนั้นตนจะพาลูกสาวไปแจ้งความ หลังจากนั้น ตนก็โทรศัพท์ติดต่อกลับไป แต่ปลายสายคือมิจฉาชีพก็ไม่ยอมรับสาย จึงมั่นใจว่าลูกสาวของตนถูกหลอกแล้ว จึงพากันไปแจ้งความไว้กับ ร.ต.ต.ธนวัฒน์ ทองเจริญ ที่ สภ.เมืองฉะเชิงเทรา พร้อมนำเรื่องราวนี้มาเปิดเผย เพื่อเตือนภัยสังคม หวั่นเด็กและเยาวชนจะถูกหลอกเหมือนลูกสาวตน

ขอบคุณ ข่าวสด

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *