แจ้งข้อหา ลุงพล “ฆ่าคนตายโดยเจตนา”

ความคืบหน้าล่าสุดวันที่ 26 สิงหาคม 64 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กกตูม เตรียมเชิญตัวนายไชย์พล หรือ ลุงพล ผู้ต้องหาคดีน้องชมพู่ มาแจ้ง “ข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนา” จากที่เมื่อเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา มีการแจ้งข้อหา ไปแล้ว 3 ข้อหา

ขณะที่ พล.ต.ท.ยรรยง เวชโอสถ ผบช.ภ.4 เปิดเผยว่า ตอนนี้คดีลุงพลอยู่ในขั้นตอนของพนักงานอัยการ เพื่อรอการสั่งฟ้องคดี หากมีการสอบสวนในประเด็นใด อัยการจะสั่งให้พนักงานสอบสวนสอบสอบในประเด็นนั้นเพิ่มเติม

ส่วนกรณีเตรียมตั้งข้อหาเจตนาฆ่ากับลุงพลนั้น พล.ต.ท.ยรรยง กล่าวว่า พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างการพิจารณา พล.ต.ต.สรรธาน อินทรจักร์ ผบก.ภ.จว.มุกดาหาร กล่าวว่า การตั้งข้อหาเจตนาฆ่ากับลุงพลนั้น ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาดังกล่าวแต่อย่างใด ซึ่งต้องรอพนักงานอัยการสั่งให้พนักงานสอบสวน สอบสวนในประเด็นที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม ส่วนจะเป็นประเด็นใดนั้น ไม่สามารถเปิดเผยได้

ด้านนายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกฯอัยการสูงสุด กล่าวถึง ความคืบหน้า ภายหลังพนักงานอัยการจังหวัดมุกดาได้รับสำนวนการสอบสวนของพนักงานสอบสวนผู้ต้องหาในคดีการเสียชีวิตของ ด.ญ.อรวรรณ (น้องชมพู่) วัย 3 ขวบ ที่มีการกล่าวหา นายไชย์พล หรือพล วิภา จำเลยข้อหาพรากเด็กอายุไม่เกินสิบ15ปีไปเสียจากบิดามารดาโดยปราศจากจากเหตุอันสมควรและทอดทิ้งเด็กอายุยังไม่เกิน 9 ปีเป็นเหตุให้เด็กถึงแก่ความตาย ว่า

คดีนี้เป็นคดีสำคัญซึ่งสภาพคดีมีความยุ่งยากซับซ้อน และสื่อมวลชนได้นำเสนอข่าวอย่างต่อเนื่องและประชนทั่วประเทศให้ความสนใจติดตามความคืบหน้าคดีมาโดยตลอดดังนั้น

นายเชาวลิต วงศานรเศรษฐ์ อธิบดีอัยการภาค4 จึงได้เจ้ามาควบคุมดูแลการดำเนินคดีเองพร้อมกับมอบหมายให้นางปัญจพัฒน์ วรรณไพบูลย์ อัยการผู้เชี่ยวชาญ และนายภิรัตน์ ควรสนธิ อัยการอาวุโส จากสำนักงานคดีอาญาภาค 4 เข้าไปควบคุมการดำเนินคดีโดยใกล้ชิด

สำหรับการพิจารณาสำนวนคดีนี้ขณะนี้ คณะทำงานคดี ได้มีคำสั่งสอบเพิ่มในประเด็นสำคัญ แต่ยังไม่ได้รับผลสอบสวนเพิ่มเติมจากพนักงานสอบสวน ในวันนี้ (26ส.ค. 2564) ซึ่งเป็นวันครบขังที่ 7 และเป็นวันครบขังครั้งสุดท้าย พนักงานอัยการผู้รับผิดชอบดำเนินคดีไม่สามารถมีคำสั่งทางคดีได้ เพราะต้องรอผลสอบสวนเพิ่มเติมดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม ขอให้การยืนยันว่า แม้พนักงานอัยการซึ่งเป็นคณะทำงานยังมีคำสั่งคดีไม่ได้ในวันนี้ แต่ขอยืนยันว่าคดีนี้ไม่มีความเสียหายใดๆ เพราะขณะนี้ตัวนายไชย์พลผู้ต้องหาในคดีนี้ อยู่ในความควบคุมของศาลจังหวัดมุกดาหารเเล้ว เพราะก่อนหน้านี้อัยการฟ้องไปแล้ว 3 คดี

ดังนั้นหากพนักงานอัยการสั่งฟ้องคดีนี้ ก็สามารถยื่นฟ้องนายไชย์พล ต่อศาลได้เลยโดยไม่ต้องส่งตัวนายไชย์พลไปพร้อมคำฟ้อง เพราะศาลสามารถเบิกตัวมาจาก 3 คดีที่ฟ้องไปแล้วได้ทันที

ทั้งนี้ เมื่อเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมา มีการแจ้ง 3 ข้อหา คือ

  1. พรากเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปี ไปเสียจากบิดามารดา โดยปราศจากเหตุอันควร
  2. ทอดทิ้งเด็กอายุไม่เกินเก้าปี เพื่อให้เด็กนั้นพ้นไปเสียจากตน โดยประการที่ทำให้เด็กนั้นปราศจากผู้ดูแล เป็นเหตุให้เด็กถึงแก่ความตาย
  3. กระทำการใดๆ แก่ศพ หรือสภาพแวดล้อมในบริเวณที่พบศพ ก่อนการชันสูตรพลิกศพเสร็จสิ้น ในประการที่น่าจะทำให้การชันสูตรพลิกศพหรือผลทางคดีเปลี่ยนแปลงไป.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *