คดีพลิก ลูกสาวยืนยัน ไม่ได้ทิ้งพ่อที่วัด ล่าสุดติด cv-19 จากพ่อด้วย

จากกรณีชายหญิงคู่หนึ่งขับรถนำพ่อวัย 80 ปี มาทิ้งไว้ที่วัดแห่งหนึ่ง ในจ.นครราชสีมา โดยที่ชายหญิงคู่ดังกล่าวไม่ได้บอกกล่าวอะไร ซึ่งภายหลังมีเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลมารับตัวไปรักษา เนื่องจากตรวจพบว่าชายชราป่วยเป็นโรคโควิด-19

ล่าสุด น.ส.จรรยา (สงวนนามสกุล) อายุ 47 ปี ซึ่งเป็นลูกสาว กล่าวว่า ตนพักอาศัยอยู่ภายในซอย 31 หมู่บ้านเอื้ออาทรศรีอินทราทิตย์ ต.ท่าแค อ.เมือง จ.ลพบุรี โดยอาศัยอยู่ด้วยกัน 2 คนกับนายเอนก (สงวนนามสกุล) อายุ 45 ปี ผู้เป็นสามี

โดยคุณพ่อทำอาชีพขับรถแทกซี่ตัวคนเดียวอยู่ที่กรุงเทพฯ นานกว่า 10 ปี ส่วนแม่เสียชีวิตมานานกว่า 20 ปีแล้ว ซึ่งในคืนวันที่ 22 ก.ค.64 เถ้าแก่อู่รถแท็กซี่โทรศัพท์บอกว่าคุณพ่อหกล้มเกิดอุบัติเหตุเล็กน้อย และช่วงนี้ไม่ได้ขับรถแทกซี่ จะนำคุณพ่อมาส่งที่บ้านจ.ลพบุรี ในวันที่ 23 ก.ค.64 ตนก็พร้อมรับคุณพ่อกลับมาพักอยู่ที่บ้าน

กระทั่งวันที่ 23 ก.ค.64 ช่วงเช้าเถ้าแก่ก็พาคุณพ่อมาส่งบ้านที่จ.ลพบุรี และคุณพ่อก็พักอยู่ที่บ้านตลอดทั้งวันไม่มีอาการป่วยใด ๆ เพียงแค่บอกว่าปวดเนื้อตัว ปวดหลังจากการหกล้ม ต่อมาในวันที่ 24 ก.ค.64 คุณพ่อได้บอกกับตนและสามีว่า อยากเดินทางไปพักอยู่ที่วัดกับหลวงน้า คือ หลวงพ่อสิทธิชัย ติสโร เจ้าสำนักสงฆ์สวนธรรมสวัสดี ซึ่งเป็นเสมือนเครือญาติของคุณพ่อ

โดยคุณพ่อบอกว่า “ไม่อยากอยู่ที่บ้าน จะไปอยู่วัดกับหลวงน้า” อีกทั้งคุณพ่อจะไปด้วยตัวเอง จะเดินทางโดยรถประจำทาง ในวันที่ 24 ก.ค.64 แต่ทางด้านสามีของตนกลับมาจากทำงานก็บอกว่าไม่ควรเดินทางด้วยรถขนส่งสาธารณะ แต่จะนำรถยนต์ส่วนตัวไปส่งที่วัดด้วยกัน จึงได้เดินทางในวันที่ 25 ก.ค.64 ก่อนจะติดต่อพูดคุยกับหลวงน้าว่าจะนำพ่อไปพักอาศัยที่วัด และหลวงน้าก็รับทราบ อีกทั้งยังบอกว่า “นำคุณพ่อมาเลย หลวงน้าจะได้ไม่เหงาด้วย จะได้มีเพื่อนอยู่ด้วย และพร้อมดูแล

ต่อมาในวันที่ 25 ก.ค.64 เวลา 08.00 สามีและตนก็ได้นำคุณพ่อเดินทางไปที่วัดสำนักสงฆ์สวนธรรมสวัสดีหมู่ 1 ต.หนองหว้า อ.บัวลาย จ.นครราชสีมา และได้ฝากคุณพ่อไว้กับหลวงน้า โดยหลวงน่ากับคุณพ่อ ถือว่าเป็นเครือญาติสนิทกัน บวชที่วัดแห่งนี้ด้วยกันมาเกินกว่า 5 ปี และหลวงน้าก็ได้สัญญากับคุณพ่อว่า ถ้ามาพักอาศัยที่วัดหลวงน้าจะเป็นผู้ดูแลช่วยเหลือคุณพ่อเอง โดยคุณพ่อตนและสามี ได้นั่งพูดคุยกับหลวงน้ากระทั่งเวลาประมาณ 15.30 ตนและสามีลาหลวงน้าและคุณพ่อ เพื่อขอกลับบ้านจ.ลพบุรี ในวันดังกล่าวทันที

ทั้งนี้ ตนก็ไม่ทราบเช่นกันทำไมคุณพ่อถึงคลานออกมาอยู่ตรงพื้นถนน ตนรู้สึกตกใจมาก ๆ ขอยืนยันว่าตนไม่มีเจตนาทิ้งพ่ออย่างแน่นอน อีกทั้งตนและพ่อรักกันดี ไม่มีการทะเลาะใด ๆ ทั้งสิน โดยการเดินทางมาพักอาศัยที่วัดก็เป็นความต้องการของคุณพ่อ ที่อยากมาพักอาศัยอยู่กับหลวงน้า และมีความต้องการที่จะบวชเป็นพระกับหลวงน้า

อีกทั้งเรื่องของอาการป่วยนั้น ตนก็ไม่ทราบว่าติดเชื้อโควิด-19 ตั้งแต่แรก เนื่องจากในวันที่อยู่ด้วยกันกับพ่อ คุณพ่อสุขภาพร่างกายปกติ ไม่ได้มีอาการป่วยหรือมีไข้ เพิ่งจะมาทราบหลังจากที่เจ้าอาวาสโทรศัพท์มาแจ้ง และกระแสข่าวระบุว่าพ่อป่วยเป็นโควิด-19 และเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลแล้ว

โดยวันที่ (28 ก.ค.64) ตนและสามีได้เดินทางไปตรวจหาเชื้อโควิด-19 ทันที และพบว่าตนมีผลตรวจเป็นบวก พบเชื้อโควิด-19 ส่วนทางด้านสามีตรวจไม่พบเชื้อโควิด-19 แต่ก็ต้องแยกห้องนอนกันและกักตัวดูอาการ หลังจากนั้นจะตรวจหาเชื้อสามีซ้ำอีกครั้ง ตนและสามีจึงอยากฝากบอกถึงคุณพ่อว่า ตอนนี้เป็นห่วงอย่างมาก ๆ หากคุณพ่อหายจากอาการป่วยแล้ว ตนก็อยากให้คุณพ่อกลับมาพักที่บ้านจ.ลพบุรี หรือหากคุณพ่อยังต้องการพักอาศัยที่วัดก็ขึ้นอยู่กับความสมัครใจของคุณพ่อ

อย่างไรก็ตาม ภาพจากกล้องวงจรปิด จะเห็นว่าเวลาประมาณ 14.47 น. หญิงสาวขับรถเก๋ง SUV สีดำ มาจอดหน้าร้านค้า และลงเข้ามาพูดคุยเพื่อสอบถามเส้นทางเดินทางไปวัด และเจ้าของร้านได้ยกมือทำท่าทางอธิบายเส้นทาง กระทั่งเวลา 14.50 น. หญิงสาวรายดังกล่าวเดินกลับขึ้นรถและขับรถออกไปยังวัดสำนักสงฆ์สวนธรรมสวัสดี

นายบุญสวน ราชตี อายุ 56 ปี เจ้าของร้านขายของ เปิดเผยว่า ในวันที่ 25 ก.ค. 64 เวลาประมาณ 14.47 น. มีหญิงสาวขับรถ SUV สีดำ เดินทางมาจอดรถหน้าร้าน เพื่อสอบถามเส้นทางไปวัดสำนักสงฆ์สวนธรรมสวัสดี ตนเห็นว่าเป็นคนต่างจังหวัด คิดว่าเดินทางมาทำบุญ โดยไม่เห็นคนในรถก็ได้แนะนำเส้นทางให้เข้าซอย แล้วเดินทางไปต่ออีกประมาณ 1.5 กิโลเมตร ก็จะถึงวัดดังกล่าว

เมื่อถามทางเสร็จ หญิงสาวรายดังกล่าวก็ได้เดินทางออกจากร้านค้า ในเวลา 14.50 น. และขับไปที่วัดทันที ซึ่งตนก็ยังไม่แน่ใจว่านำพ่อมาทิ้งจริงหรือไม่ แต่ตอนนี้หลังทราบว่าหญิงสาวรายดังกล่าวพบเชื้อโควิด-19 ตนก็กังวลเล็กน้อย แต่เนื่องด้วยหญิงสาวรายดังกล่าวสวมหน้ากากอนามัย และตนก็ได้เว้นระยะห่าง และสวมใส่หน้ากากอนามัย จึงอยากฝากบอกถึงลูกค้าว่าไม่ต้องกังวล ร้านของตนทำความสะอาดแล้วเรียบร้อย และหญิงสาวดังกล่าวไม่ได้เดินเข้ามาภายในตัวร้าน

ที่นักสงฆ์สวนธรรมสวัสดี หมู่ 1 ต.หนองหว้า อ.บัวลาย จ.นครราชสีมาซึ่งอยู่ห่างจากร้านสะดวกซื้อ 1.5 กิโลเมตร โดยหลวงน้า หรือ พระสิทธิชัย ติสโร เจ้าสำนักสงฆ์สวนธรรมสวัสดี อายุ 51 ปี กล่าวว่า ที่วัดแห่งนี้มีพระเพียงแค่รูปเดียว ซึ่งอาตมาก็รู้จักกับ นายสมบูรณ์ อายุ 80 ปี เนื่องจากเคยบวชที่วัดแห่งหนึ่งจ.ขอนแก่น บวชพระด้วยกันถึง 2 ปี ประมาณปี พ.ศ.2532 เมื่อครั้งที่อาตมาอายุ 20 ปี นับว่าเป็นเสมือนญาติมิตรกัน มีอะไรช่วยเหลือกันเสมอ โดยนายสมบูรณ์ สึกจากพระก็ได้ไปขับรถแท็กซี่อยู่ที่กรุงเทพฯ

กระทั่งเมื่อช่วงวันที่ 24 ก.ค.64 น.ส.จรรยา ลูกสาวของนายสมบูรณ์ ติดต่อเข้ามาว่าจะพาพ่อมาที่วัด เนื่องจากนายสมบูรณ์ สนิทกับตน และอยากมาอยู่วัด อาตมาจึงได้บอกว่าให้เดินทางมาพักที่วัดได้ “เดี๋ยวจะดูแลกัน” เนื่องจากอาตมาก็อยู่ที่วัดรูปเดียว จะได้มีเพื่อนคุยด้วย

ในวันที่ 25 ก.ค.64 เวลาประมาณ 14.50 น. น.ส.จรรยา ขับรถเข้ามาที่วัด พร้อมสามี และพานายสมบูรณ์ มาถึงที่วัด โดยได้นั่งพูดคุยกันถามถึงสารทุกข์สุขดิบ นายสมบูรณ์ก็ดูมีความสุขที่ได้มาที่วัด และจะได้พักอาศัยอยู่ที่วัดแห่งนี้ และในเวลา 15.30 น. ลูกสาวและลูกเขยนายสมบูรณ์ ก็ได้เดินทางกลับออกจากวัดไป ซึ่งอาตมาได้จัดเตรียมพื้นที่พักอาศัยบริเวณศาลาข้างกุฏิให้เรียบร้อย

โดยในช่วงเย็นอาตมาก็ยังเห็น นายสมบูรณ์ เดินไปเดินมาออกไปซื้อของกลับมาที่วัดตามปกติ และกลับเข้านอน กระทั่งวันที่ 26 ก.ค.64 อาตมาได้ออกมาเดินบิณฑบาตช่วงเวลา 06.00 น. และกลับเข้ามายังวัดในช่วงเวลา 08.00 น. เห็นนายสมบูรณ์นอนหลับอยู่ภายในศาลาเช่นเดิม อาตมาก็ได้นำบาตรพระไปล้างทำความสะอาด และช่วงเวลาประมาณ 09.00 น. ผู้ใหญ่บ้านก็เดินทางมาที่วัด เห็นนายสมบูรณ์ ล้มนอนอยู่บนพื้น จึงเดินเข้าไปสอบถามทราบว่ากำลังจะเดินไปซื้อของ แต่เนื่องด้วยพื้นเป็นหินกรวดจึงหกล้มลงไปนอนกับพื้น

ต่อมานาย สมบูรณ์ มีอาการชักเกร็ง ผู้ใหญ่บ้านก็กังวลไม่กล้าเข้าไปช่วยเหลือ เกรงว่าจะเป็นผู้ป่วยโควิด-19 เห็นทีท่าไม่ดีจึงประสาน อสม.หน่วยงานต่าง ๆ ให้เข้าช่วยเหลือ กระทั่งเวลา 11.00 น. เจ้าหน้าที่เข้ามาช่วยเหลือพร้อมสวมใส่ชุด PPE และตรวจหาเชื้อ พบว่านายสมบูรณ์ ติดเชื้อโควิด-19 จึงเร่งประสานนำส่งโรงพยาบาลตามภูมิลำเนาที่จ.ขอนแก่น ภายในวันดังกล่าวทันที

อย่างไรก็ตาม อาตมาก็ไม่ได้คิดว่าลูกสาวจะนำพ่อมาทิ้งอย่างที่เป็นข่าว เนื่องจากอาตมาและนายสมบูรณ์ สนิทกัน และนายสมบูรณ์ก็มีความประสงค์ที่อยากจะเดินทางมาพักอาศัยอยู่ที่วัด ขณะนี้ยอมรับว่ากังวล และยังไม่มีหน่วยงานไหนเข้ามาตรวจหาเชื้อให้อาตมา ถ้าให้ไปตรวจก็ยากลำบาก และไม่มีเงินเพียงพอที่จะเดินทางไปตรวจ อาตมาจึงอยากให้หน่วยงานเข้ามาตรวจหาเชือ้โควิด-19 และฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อทำความสะอาดที่วัดด้วย

นายอรุณ อุบลแสง อายุ 46 ปี ลูกชาย เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้พ่อไปขับรถแท็กซี่ที่กรุงเทพฯ แต่ช่วงหลัง ๆ ขับรถได้ไม่ดี มีอาการป่วย เจ้าของอู่จึงพาพ่อมาส่งที่จ.ลพบุรี แต่ตนกับพี่สาวก็ไม่ได้ติดต่อกันมานานแล้ว จากที่ได้คุยกันพี่สาวบอกว่าพ่ออยากมาหาพระอาจารย์ที่วัด พี่สาวจึงได้มาส่งพ่อไว้ แล้วก็เดินทางกลับจ.ลพบุรี ทันที โดยไม่ได้ติดต่อกับตนว่ามาส่งพ่อไว้ที่วัดแล้ว

เมื่อทราบเรื่องของพ่อ หลังจากมีคนโทรมาบอกแล้วก็รีบหารถไปรับ แต่หาไม่ได้ จึงติดต่อกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับพ่อมารักษาตัวที่จ.ขอนแก่น ส่วนเสื้อผ้าของพ่อก็ได้นำไปเผาทำลายทิ้งแล้ว เพราะกลัวว่าจะมีเชื้อโควิด-19 ติดมาด้วย อาการพ่อตอนนี้ค่อนข้างรุนแรง ซึ่งพี่สาวก็ยืนยันว่าไม่ได้เอาพ่อมาทิ้งที่วัด แต่พ่ออยากมาหาหลวงน้า และก่อนหน้านี้พี่สาวก็ไม่ทราบว่าพ่อติดโควิด-19 เช่นกัน

ที่มา amarintv

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *