สาววัย17 หลังคลอดบีบสิวตรงจมูก เจ็บปวดก่อนบวมเป่งทั้งหน้า

“แมรี่ แอน รีเจอโช” อายุ 17 ปี เธออาศัยอยู่ในเมืองนูเอวาอีซิยา ประเทศฟิลิปปินส์ ตอนนี้สภาพใบหน้าของเธอปูดบวมจนผิดรูป และไม่เหลือเค้าโครงหน้าเดิม เรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นเมื่อปี 2562 หลังจากเธอเกิดสิวขึ้นบนใบหน้าและบีบมัน จนทำให้ใบหน้าของเธอบวมผิดปกติ

ในตอนแรกที่เกิดขึ้นเธอนึกว่าสักพักมันจะยุบลงเเต่กลับไม่เป็นอย่างนั้น อาการบวมขยายเป็นวงกว้างมากขึ้นกินเวลานานหลายสัปดาห์ หลายเดือนจนเป็นปี ในตอนแรกเธอคิดว่าสิวดังกล่าวเกิดขึ้นจากปัญหาของระดับฮอร์โมนภายในตัวเธอ เพราะเมื่อตอนที่เธออายุ 16 ปี ในตอนนั้นเธอพึ่งได้ให้กำเนิดเด็กทารกมาหนึ่งคน

อาการบวมประหลาดนี้ เกิดขึ้นหลังจากที่แมรี่ได้บีบสิวบริเวณจมูก ขณะนั้นเธอรู้สึกว่ามันเจ็บและปวดมากกว่าปกติ และ2-3วันหลังจากนั้น อาการบวมดังกล่าวก็เริ่มขึ้น และลามไปทั่วใบหน้าของเธอ

เธอกล่าวว่า “ฉันรู้สึกเหมือนลูกโป่งที่กำลังพองโต” ในตอนนี้อาการบวมปริศนาดังกล่าวได้ปกคลุมเกือบทั่วบริเวณใบหน้าของเธอทั่วดั้ง จมูก แก้ม และหน้าผากของแมรี่ ทั้งยังส่งผลต่อการมองเห็นของเธอเป็นอย่างมากเมื่ออาการบวมลามไปถึงบริเวณหัวตา

ที่ผ่านมาเธอพยายามรักษาอาการดังกล่าวด้วยภูมิปัญญาพื้นบ้านโดยใช้สมุนไพรต่างๆ เเต่เธอก็ไม่ประสบความสำเร็จ “ฉันคิดว่ามันเป็นแค่สิวธรรมดา แต่มันเจ็บปวดมากจนฉันนอนไม่หลับ ฉันพยายามทำทุกอย่างเพื่อรักษา แต่ก็ไม่ได้ผล ตอนนี้ฉันรู้สึกว่าใบหน้าของฉันมันไม่เหมือนเดิมแล้ว”

และเหตุผลที่เธอไม่ไปหาหมอเเผนปัจจุบันเพื่อทำการรักษา นั้นเป็นเพราะครอบครัวของเธอไม่มีรายได้มากพอที่จะจ่ายค่ารักษาพยาบาล ขณะที่ อัลเบิร์ต เซลส์ สามีของแมรี่เขาเป็นเพียงแรงงานรับจ้างรายวันที่ทำงานในฟาร์มของเพื่อนบ้านเท่านั้น เธอจึงไม่สามารถจ่ายค่ารักษาหรือแม้แต่ค่ายๅได้

หลังจากที่เธอทนอยู่ความเจ็บปวดดังกล่าวมาแรมปี ในที่สุดเธอก็ตัดสินใจไปรพ. เพื่อตรวจอาการบวมปริศนาดังกล่าว แต่โรงพยาบาลที่เธอไปก็ไม่มีอุปกรณ์ที่เหมาะสมมากพอที่จะวิฉัยอาการประหลาดดังกล่าว ทำให้แมรี่ต้องย้ายไปยังโรงพยาบาลที่ใหญ่และมีอุปกรณ์พร้อมกว่านี้

ด้วยความกังวลที่แมรี่ และสามีของเธออาจจะไม่สามารถจ่ายค่ารักษาพยาบาลที่เกิดขึ้นได้ ทั้งสองจึงได้ออกมาขอความช่วยเหลือ โดยได้บันทึกวิดีโอประกอบด้วย “แมรี่ อัลเบิร์ต” และลูกของพวกเขา “ผมต้องความช่วยเหลือจากเพื่อนผู้ใจดีทุกคน เพื่อที่ผมจะได้พาภรรยาของผมไปโรงพยาบาล และทำการรักษา พวกเรามีรายได้พอสำหรับตัวเอง และลูกในแต่ละวันเท่านั้น ทำให้เราไม่มีเงินเพื่อจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้กับเธอได้”

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก thesun ,Khaosod

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *