ความมงคลของชีวิตคู่

นอกจากพิธีกรรมแล้ว ยังมัปัจจัยอิ่นๆ ด้วยหลายสิ่งหลายอย่างที่บางครั้งอาจเป็นเส้นผมบดบังภูเขา ทำให้เราเข้าถึงความจริงบางอย่างไม่ได้ ในโลกนี้ไม่มีผู้หญิงคนไหนอยากสวมชุดเจ้าสาวบ่อยครั้ง ไม่มีผู้ชายคนไหนอยากจัดงานแต่งงานของตนเองบ่อยครั้ง ยังมีอีกมุมหนึ่งของความจริงที่ควรศึกษาตามแนววิถีพุทธแล้วจะเข้าใจมากขึ้นว่า ทำไมสองคนต้องมารักกันอยู่กินด้วยกันสืบไป

เพื่อนคนหนึ่งซึ่งเป็นแพทย์แต่ว่าไม่ใช่แพทย์รักษาคน เป็นแพทย์รักษาสัตว์ ผมเรียกว่าหมอตอนควาย เพราะเขารักษาควายได้อย่างชำนาญยิ่งเคยถามไปว่าทำไมจึงแต่งงานอยู่กินกับองุ่น หมอบอกว่าเพราะความเข้าใจและความรัก เหตุที่ทำให้คนรักกันนั้นก็มีอยู่ แต่เหตุที่ทำให้คนอยู่ร่วมกันนั้นมีมากกว่า บางคู่รักกว่าจะรักกันได้จีบตั้งนานหลายปี แต่บอกเลิกกันแค่สามทีจบเลยทุกอย่าง

ย้ำลงไปอีกว่า ความรักกับความชอบเพราะเหตุแห่งความใคร่ต่างกันนะความรักมันมีเหตุผลหลายอย่างที่เข้ามาสนับสนุน แล้วการที่ได้มาอยู่ร่วมกันนี้ก็มีอีกเหตุหนึ่งมาสนับสนุน คนที่รักกันแต่ไม่ได้อยู่คู่กันเหมือนกับดอกโบตั้นกับลายกนก ในโลกนี้ทุกอย่างต้องมีเหตุเกิดขึ้นมาก่อนทั้งสิ้น ดูอย่างนางมัชทรีที่รักและภักดีต่อพระเวสันดรไปอยู่ป่าด้วยความทุกข์ยากลำบากก็ตามไปด้วย เมื่อจบจากกิจกรรมในชาตินั้น พอข้ามภพชาติก็มาเกิดเป็นแม่นางพิมพายโสธารา ได้เป็นมเหสีของเจ้าชายสิทธัตถะหรือพระพุทธเจ้า เมื่อครั้งยังเป็นคฤหัสถ์เพราะในโลกนี้ทุกอย่างมีเตุจึงมีผล เหมือนมอทำไมไม่ไปเป็นหมอฟัน เพราะเรียนแต่วิธีการตอนควายจึงต้องเป็นหมอควายจะให้ไปเป็นหมอถอนฟันอย่างไร

ตามแนววิถีแห่งพุทธจึงได้พูดเรื่องรอยประทับแห่งอดีดตชาติเอาไว้ว่าทุกอย่างในอดีตเป็นปัจจัยหนึ่งไม่ใช่ทั้งหมดที่มีแรงขับเคลื่อนให้เราได้เป็นสิ่งต่างๆ แต่มิใช่เป็นไปในลักษณะของแบบกรรมใครกรรมมัน ลักษณะของกรรมที่เป็นแบบกรมของใครของคนนั้น เป็นการมองและเข้าใจเรื่องกรรมที่ผิดไปจากหลักคำสอนของพระพุทธศาสนาอย่างสิ้นเชิง

คนสองคนไม่เคยเอื้อซึ่งกันมาก่อนไม่เคยมีกรรมร่วมกันมาก่อนจะมาอยู่กินกันได้อย่างไร เพราะมีการเอื้อการอารีไมตรีซึ่งกันมาก่อน จึงได้มาอยู่กินร่วมกัน สมมุตินายแดงอยู่กันกับนางดำมีลูกด้วยกันแล้วลูกออกมาพิการถามว่าเป็นกรรมของใครของนายแดงนางดำหรือกรรมของลูกเขา หากพูดตามแนววิถีพุทธแล้วเป็นกรรมร่วมกัน การที่คนสองคนได้รักกันและอยู่กินมายืนยาวได้เพราะทั้งสองมีกรรมซึ่งมาก่อน นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่นๆ ของปัจจุบันมาร่วมด้วยไม่ใช่เพียงแค่อาศัลยกรรมแห่งอดีตเพียงอย่างเดี่ยว หากในอดีตเรามีกรรมซี่งกันอยู่จริงแต่ว่าในปัจจุบันพฤติกรรมของเรานี้ไม่เอื้อซึ่งกันคงจะอยู่ร่วมกันแบบกระท่อนกระแท่น ไม่ราบรื่น ไม่เป็นหนึ่งเดี่ยว

การพูด เมื่อเราพูดถึงเรื่องการพูดเพราะถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งคนจะรักจะเกลียดก็อยู่ที่การพูดของเรานั่นเองยิ่งถ้าเป็นสามีภรรยากันด้วยแล้วการพูดคุยถือว่ามีส่วนในการช่วยสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีใ้กับครอบครัวและชีวิตคู่อย่างมากเช่น การพูดเพื่อแสดงความรัก การพูดเพื่อปลอบใจ การพูดเพื่อให้กำลังใจ เป็นต้น หากเรารู้จักวิธีในการพูดเราก็เหมือนมีอาวุธที่มีอานุภาพที่ร้ายแรงอยู่ในมืออยู่ที่ว่า เราจะนำมาใช้ในทางที่ดีหรือร้ายจะนำมาใช้ให้เกิดคุณหรือให้โทษซึ่งคำพูดนั้นเราสามารถกำหนดเองได้เพราะไม่มีใครที่ไหนจะมาพูดแทนเราได้นอกจากการที่เราพูดเอง ไม่ใช่ว่าเราอยู่เฉยๆแล้วมีคนขยับปากพูดแล้วเสียงมาออกที่ปากเราอย่างนั้นเป็นไปไมไ่ด้เพราะฉะนั้นหากเราพูดดีก็เป็นสิริมงคลแก่ตัวหากพูดไม่ดีก็จะพาตนเองลำบากอย่างที่เขาบอกว่า พูดดีเป็นศรีแก่ตัว การพูดอย่างฉลาด พูดอย่างมีปัญญานั้น เราต้องพูดอย่างไร เรื่องใดบ้างที่สมควรพูดหากเราพูดในสิ่งที่ไม่ควรเมื่อพูดไปเราเองจะเกิดความเดือดร้อนหรือเมื่อพูดไปจะทำให้คนอื่นไม่สบายใจเราก็ไม่ควรพูดออกไปถึงเรื่องนั้นจะจริงหรือไม่ก็ตามเพราะการพูดในเวลาที่เหมาะสมจะช่วยให้การพูดของเรานั้นเกิดผลที่ดีตามมา

การพูดแต่เรื่องดีๆ

เรื่องที่คนฟังแล้วเกิดความสบายใจหรือฟังแล้วหัวเราะอารมณ์ดีเหนื่อยๆมาก็หายเหนื่อยเช่น การพูดถึงความสำเร็จจากการงานที่ทำอยู่พูดถึงเรื่องตลกขำขันเป็นต้น

การพูดในสิ่งที่เป็นไปได้

พูดง่ายๆก็คือ การไม่พูดเพ้อเจ้อนั่นเองการที่พูดในสิ่งที่เป็นไปได้คนฟังๆแล้วเกิดความเข้าใจ เกิดความเชื่อถือ ก็ย่อมที่จะช่วยส่งเสริมให้บุคลิกภาพของเราดีขึ้นด้วยเพราะต่อไปเราพูดอะไรจะมีความน่าเชื่อถือหากเรามักพูดแต่สิ่งที่เป็นไปไม่ได้หรือพูดเพ้อเจ้อไปวันๆบุคลิกของเราก็จะเสีย ไม่มีคนนับถือ ไม่มีคนเชื่อ วันหลังหากเรานำเรื่องจริงมาพูดเขาก็จะไม่เชื่อเราจะทำให้เราเสียความรู้สึกได้

การพูดเพื่อให้กำลังใจซึ่งกันและกัน

การพูดเพื่อให้กำลังใจซึ่งกันและกันสำคัญอย่างยิ่งไม่เฉพาะแต่ในครอบครัวของเราแม้แต่การให้กำลังใจแก่คนทั่วไปที่กำลังท้อแท้ หมดหวัง จะทำให้เขานั้นมีกำลังใจที่จะต่อสู้ชีวิตต่อไป การพูดให้กำลังใจคนนั้นไม่ใช่เรื่องยากและก็ไม่ใช่เรื่องง่ายแต่อาจจะง่ายสำหรับคนบางคนและยากกับคนบางคนเพราะฉะนั้นเราควรที่จะหมั่นฝึกพูดให้กำลังใจไว้บ้างโดยเฉพาะกับคนในครอบครัวของเรา

การพูดเพื่อเตือนสติ

การพูดเพื่อเตือนสติ ต้องเข้าใจด้วยว่าขณะนี้เราสมควรจะพูดหรือไม่ถ้าพูดจะพูดแบบใดเพราะคนแต่ละคนนั้นมีนิสัยที่ไม่เหมือนกันหากเราเป็นคนที่ช่างสังเกตสักนิดเราก็จะรู้ว่าคนไหนเป็นคนอย่างไรเช่นถ้าแฟนของเราเป็นคนที่รั้นเราก็ต้องหาวิธีพูดโดยเฉพาะถ้ามีคนอื่นอยู่เขาจะไม่ค่อยเชื่อเราหรือไม่ก็กลัวจะถูกหาว่าโง่หรือถูกหาว่าเสียรู้คนอื่นก็จะพลอยทำให้ยิ่งทำหนักขึ้นไปอีกความเสียหายก็จะยิ่งตามมา

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *